แอร์เป็นไอเทมประจำบ้านสำหรับคนไทยเลยก็ว่าได้ ดังนั้นการซื้อเครื่องปรับอากาศหนึ่งครั้งสำหรับคนเมืองร้อนแบบเราๆ จึงเป็นเรื่องใหญ่และถือเป็นการลงทุนระยะยาว เพราะแอร์หนึ่งตัวจะต้องติดอยู่กับห้องเราอีกหลายปี แต่ถึงอย่างนั้นก็มีเรื่องให้แอร์พังเร็วได้! วันนี้ AIR UDON จึงขอ รวมพฤติกรรมที่ทำให้แอร์พังเร็ว มาฝากกัน
รวมพฤติกรรมที่ทำให้แอร์พังเร็ว
1.ติดแอร์ที่มี BTU ต่ำกว่าขนาดห้อง
หลายคนอาจจะรู้เเล้วว่า BTU คือหน่วยวัดค่าความเย็นของแอร์ โดยค่า BTU หมายถึงประสิทธิภาพในการทำความเย็นสูง และศักยภาพในการกระจายความเย็น ซึ่งหากเราเลือกใช้แอร์ที่มี BTU ต่ำ กับห้องขนาดใหญ่ก็จะส่งผลให้เครื่องประอากาศของเราทำงานหนักและพังเร็วกว่า
2.ตั้งตัวเครื่องกับคอมเพรสเซอร์ห่างกันมาก
แอร์ทำความเย็นโดยให้คอมเพรสเซอร์มีหน้าที่อัดเเรงดันเพื่อส่งน้ำยาแอร์ผ่านท่อแอร์ไปที่ตัวเครื่องที่อยู่ในบ้าน หากตัวคอมเพรสเซอร์อยู่ห่างกันเกินไป ก็จะทำให้ตัวคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้แอร์เย็นช้าและตัวแอร์ทำงานหนัก เป็นต้นเหตุทำให้ค่าไฟสูงขึ้น ถึงขั้นคอมเพสเซอร์เสื่อมสภาพเเละจนพังในที่สุด
3.ตากผ้าในห้องแอร์
หน้าที่ของแอร์คือกำจัดความชื้น ดังนั้นเครื่องปรับอากาศจึงทำงานหนักเมื่อห้องมีความชื้น ซึ่งการตากผ้าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แอร์เสื่อมสภาพได้เร็วนั่นเอง
4.ไม่ล้างแอร์เป็นเวลานาน
การไม่ล้างแอร์เป็นเวลานาน ทำให้สิ่งสกปรกหรือฝุ่นเข้าไปอุดตันบริเวณพัดลมแอร์ เเละส่วนต่างๆของคอมเพรสเซอร์ ทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้นเพื่อพยายามปล่อยลมออกมา
5.เร่งแอร์อุณภูมิต่ำจนเกินไป
ผู้ใช้แอร์ไม่ควรเปิดแอร์เเละเร่งแอร์ให้ต่ำสุดในทันที เพราะทำให้ตัวแอร์เร่งเครื่องเกินไป จนทำให้ประสิทธิภาพลดลงได้ง่าย เเถมเปลืองไฟโดยใช่เหตุ ดังนั้นให้ดีควรเปิดอยู่ที่ 25-26 องศา เพื่อประหยัดพลังงานเเละถนอมแอร์ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น
6.ติดตั้งแอร์ใกล้ความชื้น
ตำแหน่งในการติดตั้งแอร์ที่ดี ไม่ควรอยู่ใกล้ที่ชื้น เนื่องด้วยแอร์มีหน้าที่หลักในการกำจัดความชื้นเพื่อก่อให้เกิดความเย็น หากแอร์อยู่ใกล้ความชื้นมาก ๆ ย่อมส่งผลให้แอร์ทำงานหนักขึ้น เพราะต้องคอยกำจัดความชื้นตลอดเวลา นอกจากตำแหน่งในการติดตั้งแอร์แล้ว ห้องใด ๆ ที่ใช้แอร์ ควรออกแบบห้องให้มีความโปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี ห้องต้องไม่อับชื้น เพราะความชื้นรวมภายในห้อง ส่งผลให้แอร์ทำงานหนักเช่นกัน
7.คอมเพรสเซอร์แอร์วางผิดตำแหน่ง
โดยปกติคอมเพรสเซอร์แอร์หรือคอยล์ร้อนทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ มีการผลิตให้รองรับกับสภาพอากาศภายนอก อย่างไรก็ตามหากต้องการยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น โดยให้คอมเพรสเซอร์แอร์ห่างจากผนังบ้านประมาณ 10 cm และบริเวณหน้าคอมเพรสเซอร์ไม่ควรมีสิ่งใดมาบดบัง ประมาณ 60-80 cm จัดวางในตำแหน่งไม่โดนฝนสาดง่าย ไม่โดนแสงแดดโดยตรงตลอดทั้งวัน กรณีวางบนพื้นระเบียง ควรให้สูงกว่าพื้นประมาณ 10 cm เพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง
8.ไฟตก ไฟกระชาก
ในปัจจุบันแอร์รุ่นใหม่จากแบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ จะมีแผงวงจรเพื่อป้องกันผลกระทบจากไฟกระชากแล้ว และบางรุ่นมีการพัฒนาไปถึง เมื่อเกิดไฟดับแอร์จะจดจำค่าต่าง ๆ ไว้ หลังจากไฟติดแอร์จะกลับมาทำงานต่อจากเดิมตามปกติ การเลือกซื้อแอร์ในแบรนด์ที่เชื่อถือได้ มีแผงวงจรการป้องกันและฟังก์ชันต่าง ๆ มารองรับ จึงเป็นตัวเลือกที่สำคัญในการตัดสินใจซื้อ
5 วิธีใช้เครื่องปรับอากาศแบบผิดๆทำให้ค่าไฟสูง
1. ไม่เคยล้างแอร์เลยทั้งปีทั้งชาติ ฝุ่นและสิ่งสกปรกเข้าไปทำให้พัดลมอุดตัน ทำให้ไม่สามารถเป่าลมเย็นเข้ามาในห้องได้
2. ขยันเปิดปิดเครื่องเพื่อหวังประหยัดไฟ แต่กลับทำให้เครื่องเจ๊ง เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ในปัจจุบันส่วนใหญ่มีเซ็นเซอร์เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิให้คงที่ ไม่ร้อนไม่เย็นจนเกินไป จึงไม่ควรหยิบรีโมทมาปรับอุณหภูมิเอง
3. เข้าห้องปุ๊บกดรีโมท 16 องศาเพื่อให้เย็นทันที ทำให้เครื่องเร่งเต็มที่จึงเปลืองไฟและเครื่องพังเร็ว โดยเฉพาะส่งผลต่อสุขภาพคือร้อนกระทบหนาว แนะนำให้เปิดแค่ 25-26 องศาก็พอ
4. คิดว่าเปิดแอร์พร้อมพัดลมจะเปลืองไฟ แต่ความจริงการเปิดแอร์และพัดลมพร้อมพร้อมกัน ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดไฟยังช่วยลดการทำงานหนักของเครื่องปรับอากาศด้วย โดยแอร์ทำให้เย็นสบาย และพัดลมช่วยส่ายให้อากาศเย็นทั่วทั้งห้อง
5. งกซื้อแอร์เก่ามาใช้คิดว่าช่วยประหยัดเงิน ไม่ได้คิดถึงเรื่องประสิทธิภาพและค่าซ่อมแอร์กี่ที่เสียบ่อย
ผลกระทบจากปัญหาไฟฟ้า
ไฟตกบ่อย ถือเป็นปัญหาน่ารำคาญใจและเป็นปัญหาใหญ่ของผู้ใช้ไฟฟ้าในหลายพื้นที่ครับ โดยทั้งปัญหาไฟดับ ไฟตก และไฟกระชากนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ หากพื้นที่ไหนมีปัญหานี้ก็มักจะมีปัญหานี้ซ้ำซากตลอดเวลา และเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องให้การไฟฟ้าดำเนินการแก้ไขเท่านั้น ส่วนผู้ใช้งานนั้นทำได้เพียงแค่ป้องกันความเสียหายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างเครื่องปรับอากาศครับ
1.การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันระบบไฟฟ้า
การติดตั้งเครื่องควบคุมแรงดันไฟฟ้าหรือ Stabilizer เป็นวิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่ปรับระดับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่ ป้องกันทั้งกรณีไฟตกและไฟกระชาก ช่วยรักษาเสถียรภาพในการทำงานของแอร์ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการติดตั้ง แต่ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับค่าซ่อมแซมหรือการต้องเปลี่ยนแอร์ใหม่ทั้งเครื่อง
2.การเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีระบบป้องกันในตัว
เทคโนโลยีแอร์สมัยใหม่มาพร้อมระบบป้องกันไฟกระชากในตัว ซึ่งช่วยปกป้องวงจรอิเล็กทรอนิกส์จากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ระบบนี้จะตัดการทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบความผิดปกติของกระแสไฟฟ้า และจะกลับมาทำงานอีกครั้งเมื่อระบบไฟฟ้ากลับสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ แอร์รุ่นใหม่ยังมีระบบจดจำการตั้งค่าต่างๆ ทำให้สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติหลังจากไฟฟ้าขัดข้อง
3.การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าภายในบ้าน
การดูแลระบบไฟฟ้าภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นการป้องกันปัญหาในระยะยาว เริ่มจากการตรวจสอบสายไฟ เบรกเกอร์ และจุดเชื่อมต่อต่างๆ ว่าอยู่ในสภาพดี ไม่หลวม ไม่เสื่อมสภาพ การติดตั้งสายดินที่ได้มาตรฐานก็มีความสำคัญไม่น้อย เพราะช่วยป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในบ้าน รวมถึงเครื่องปรับอากาศด้วย หากพบความผิดปกติใดๆ ควรรีบแจ้งช่างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบและแก้ไขทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจลุกลามไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ภายในบ้าน
ทำไมถึงควรเลือกใช้บริการกับร้านแอร์อุดรธานี
ร้านแอร์อุดรธานี เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องปรับอากาศที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 5 ปี เราให้บริการครบวงจรตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ จำหน่าย ติดตั้ง ซ่อมบำรุง และล้างทำความสะอาดแอร์ ด้วยทีมช่างมืออาชีพที่ผ่านการอบรมและได้รับการรับรองมาตรฐาน
บริการของเรา
- ให้คำปรึกษาและคำนวณ BTU ฟรี
- จำหน่ายแอร์คุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ
- รับติดตั้งแอร์ด้วยทีมช่างมืออาชีพ
- บริการล้างแอร์และซ่อมบำรุงแบบครบวงจร
- รับประกันงานติดตั้งนาน 1 ปี
จุดเด่นของร้านวัฒนาแอร์
- บริการรวดเร็ว ตรงต่อเวลา
- ราคายุติธรรม โปร่งใส
- อะไหล่แท้ทุกชิ้น พร้อมรับประกัน
- มีบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม
- รับประกันความพึงพอใจ 100%

